เจาะลึก”Surface”ผลิตภัณฑ์ที่จะนำไมโครซอฟต์กลับสู่บัลลังค์ที่หนึ่งอีกครั้ง

เจาะลึก”Surface”ผลิตภัณฑ์ที่จะนำไมโครซอฟต์กลับสู่บัลลังค์ที่หนึ่งอีกครั้ง

“iPad Killer”(มือสังหาร iPad) คือชื่อที่บรรดานักวิจารณ์ใช้เรียก”Surface”แท็บเล็ตน้องใหม่ของ Microsoft ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังในตัวของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ว่าจะมาแทนที่สุดยอดแท็บเล็ตที่มีความนิยมถล่มทลายแบบ iPad และกลายมาเป็นอุปกรณ์ที่จะกลายเป็นอุปกรณ์ใช้งานทั่วไปแบบโน๊ตบุ๊คหรือ PC ในช่วงที่ว่ากันว่าเป็นรอยต่อที่กำลังจะเข้าสู่ยุคของแท็บเล็ตอย่างแท้จริง

การเปิดตัว Surface แม้ว่าจะไม่ดังเปรี้ยงปร้างในสายตาผู้บริโภคทั่วไปแต่ในสายตานักวิเคราะห์แล้วนั้นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลย รูปแบบของฮาร์ดแวร์ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วยคีย์บอร์ดในตัว และระบบปฏิบัติการที่คุ้นชินอย่างวินโดวส์ ทำให้หลายๆคนเชื่อว่านอกจาก Xbox แล้วนี่จะเป็นฮาร์ดแวร์อีกตัวหนึ่งของไมโคซอฟต์ที่จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

การเปิดตัว”Surface”ทั้งสองรุ่นนั้นถือได้ว่าเป็นการวางกลยุทธ์ใหม่ที่เสี่ยงเลยทีเดียว เพราะจากนี้ไป Microsoft เองจะกลายเป็นคู่แข่งกับบรรดาพาร์ทเนอร์ของ Microsoft เองทั้งในตลาด PC และแท็บเล็ต พาร์ทเนอร์หลายๆรายคงคิดหนักหากต้องทำวินโดวส์แท็บเล็ตมาแข่งกับไมโครซอฟต์และตัวไมโคซอฟต์เองก็จะมีงานหนักขึ้นในการทำตลาดฮาร์ดแวร์ด้วยตัวเองทั้งๆที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักกับการขายฮาร์ดแวร์อย่างคีย์บอร์ดหรือเมาส์

รูปแบบของ Surface ที่ทำออกมาสองรุ่นนั้นถือได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทีเดียว รุ่น 1.49 ปอนด์ที่มาพร้อมกับชิป ARM ซึ่งจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows RT และรุ่น 1.99 ปอนด์ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 8 ซึ่งทั้งสองรุ่นนั้นบางและมาพร้อมกับพอร์ท USB แบบเดียวกับคอมพิวเตอร์และจะมีส่วนตอบสนองการใช้งานผู้ใช้ UI ที่ใช้งานง่ายที่ไมโคซอฟต์เรียกว่า Microsoft’s Metro User Interface ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นไสตล์ใหม่ของ Windows ในรุ่นถัดๆไปต่อจากนี้

โดยนอกจากนี้ โมเดลของ Windows 8 ตัวเต็มจะมาพร้อมกับ Digitizer ที่จะทำงานร่วมกับปากกาดิจิตอล โดยจะทำการปิดหน้าจอสัมผัสเพื่อให้การทำงานโดยใช้ปากกาได้ดีขึ้น โดยไมโคซอฟได้เปิดเผยว่าเมื่อใช้งานจริงตัวปากกาและตัว Digitizer จะห่างกันแค่ 0.7 มิลเมตร ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการการเขียนบนแท็บเล็ตที่สมจริงยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Surface ยังสามารถออกแบบให้มีคีย์บอร์ดและแป้นสัมผัสได้อย่างลงตัวกับดีไซน์ที่โดดเด่น ซึ่งคีย์บอร์ดนี้จะช่วยให้การการทำงานในส่วน navigation และการป้อนข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ Surface ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำรองในการทำงาน แต่มันสามารถกลายเป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่สามารถทำงานได้ดีไม่แพ้โน๊ตบุ๊คเลยทีเดียว

เมื่อเทียบกับ iPad แล้วแม้จะมีแอพมากมายบนแอพสโตร์ที่ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ แต่ด้วยการทำงานบนระบบปฏิบัติการอย่าง Windows 8 ข้อจำกัดหลายๆอย่างจะลดลงซึ่งทำให้ Surface แตกต่างจากบรรดาแท็บเล็ตเจ้าอื่นๆและจากการวางตำแหน่งทางการตลาดที่จัดให้ Surface รุ่น Windows 8 มีราคาแข่งขันกับ Ultrabook ทำให้เชื่อได้่าฟีเจอร์ต่างๆนั้นจะไม่น้อยหน้า Ultrabook แน่นอนและนอกจากนี้ Surface ยังจะสามารถเชื่อมต่อกับหน้าจอที่ใหญ่กว่าเพื่อทำงานหรือนำเสนองานซึ่งส่วนคีย์บอร์ดและแป้นเมาส์สัมผัสในตัวจะทำให้การทำงานส่วนนี้ราบรื่นอย่างแน่นอน

ดูเหมือนว่าไมโครซอฟต์จะส่งสัญญาณบ่งบอกถึงกลยุทธ์ของบริษัทที่จะเปลี่ยนไปในอนาคตอย่างชัดเจน แทนที่จะเป็นบริษัทต้นน้ำที่จะผลิตซอฟต์แวร์รวมถึงเทคโนโลยีและป้อนให้แก่ผู้ผลิตอย่างเช่นเคย ไมโคนซอฟต์เปลี่ยนตัวเองให้เป็นบริษัทที่ผลิตฮาร์ดแวร์เพื่อระบบปฏิบัติการของตัวเองเองซึ่งเหตุผลหลักเชื่อกันว่าไมโครซอฟต์ไม่คิดว่าจะมีใครที่สามารถที่จะสร้างแท็บเล็ตให้กับระบบปฏิบัติการ Windows 8 ได้ดีกว่าตน ซึ่งจากข่าวในอาทิตย์ที่แล้วเองว่า HTC ถูกปฏิเสธให้เป็นผู้ผลิตแท็บเลตสำหรับ Windows 8 OS ซึ่งผลลัพธ์ก็คือการที่เราได้เห็นโลโก้ Windows ทั้งด้านหน้าและหลัง Surface แทนที่จะเป็นยี่ห้ออื่น

ในเรื่องการพัฒนาอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการแบบนี้เองที่ไมโครซอฟต์เลือกที่จะเดินรอยตาม Apple ที่ผลิตฮาร์ดแวร์ให้ออกมารองรับกับซอฟต์แวร์ของตัวเองเพื่อให้ระบบสามารถรันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งในจุดนี้เองที่ทางฝั่งแอนดรอยด์กลายมาเป็นปัญหาเมื่อ Android OS ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในอุปกรณ์ทุกๆรุ่น และเป็นปัญหาชวนปวดหัวสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชันที่ต้องออกแบบโปรแกรมมาให้รองรับกับฮาร์ดแวร์ที่หลากหลายจนนับไม่ถ้วน  ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่จะชี้ชะตาให้กับไมโครซอฟต์ว่าจะไปรอดในยุคแท็บเล็ตกำลังก้าวเข้ามากลายเป็นอุปกรณ์หลักในการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

แล้วทางฝั่งพาร์ทเนอร์มีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้? พวกเขาจะรู้สึกเหมือนถูกตัดหน้า และจะต้องหากลยุทธ์มาแข่งกับไมโครซอฟต์เจ้าของระบบปฏิบัติการซะเองหากเลือกที่จะผลิตวินโดวส์แท็บเล็ต ส่วนทางผู้ผลิต Ultrabook คงไม่พอใจนักที่ไมโครซอฟต์จะลงมาแข่งด้วยในตลาดนี้ และนี่เป็นเหตุผลที่งานเปิดตัวSurface ถูกเก็บเงียบในช่วงก่อนเปิดตัว

แต่ยังเป็นประเด็นว่าจากข้อมูลอันน้อยนิดที่เปิดตัวมาทำให้คาดการณ์ยากว่าอนาคตของ Surface จะเป็นเช่นไร ซึ่งแน่นอนว่าหากแพงเกินไปจะทำให้ขายยากแน่นอน โดยทางไมโคซอฟต์ได้ออกมาบอกว่าในส่วนรุ่นชิป ARM จะทำออกมาขายในราคาประมาณแท็บเล็ต ARM ทั่วไปซึ่งน่าจะอยู่ประมาณ 12,000-15,000 บาท(อาจแพงขึ้นเมื่อนำเข้าไทย) ซึ่ง Surface จะนำออกมาขายหลังจากการเปิดตัว Windows 8 อย่างเป็นทางการซึ่งนี่ก็นับเป็นความท้าทายของไมโคซอฟต์เพราะศูนย์ไมโครซอฟต์ที่จะวางตัวผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าลองใช้ยังไม่กระจายตัวนักซึ่งทำให้ใครหลายๆคนที่อยากลองทดสอบเล่นก่อนซื้อลำบากในการตัดสินใจ

ท้ายที่สุดแล้วการประชาสัมพันธ์ ตัวโฆษณา และงานเปิดตัวยังไม่ทำให้ผู้ใช้ั่วไปตื่นตาซักเท่าไหร่ แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อนำออกมาขายจริงอาจเป็นจุดเปลี่ยนใหม่ของไมโครซอฟต์ที่ฝากอนาคตไว้กับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ “Surface” แท็บเล็ตที่หลายๆคนตั้งฉายาว่า “iPad Killer”!!!!